ดูบอลออนไลน์

มวยพักยก

SBOBET

UFABET

poker online

ufa

ufabet

sagame

baccarat

คาสิโนออนไลน์

joker123

คาสิโนออนไลน์

pgslot

บาคาร่า

UFABET

UFABET

slotxo

ดูหนังออนไลน์

มังงะ

ผลบอลสด

บาคาร่า

kardinal stick

บุหรี่ไฟฟ้า

เฟอร์นิเจอร์

ที่นอน

รับทำเสื้อ

รับผลิตอาหารเสริม

ปูนปั้น

“โกลเบล็ก” แนะช้อปหุ้นธีมเปิดเมือง-หุ้นโรงกลั่น

  • 1 Replies
  • 47 Views
บล.โกลเบล็ก (GBS) ประเมินหุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด พร้อมจับตาตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศ –โควิด-น้ำท่วม-การเปิดประเทศในเดือนพ.ย. โดยให้กรอบการเคลื่อนไหวดัชนี 1,610-1,660 จุด แนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นธีมเปิดเมืองและหุ้นโรงกลั่นรับอานิสงส์ค่าการกลั่นพุ่งทำนิวไฮรอบ2ปี

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ แกว่งตัว Sideway ออกข้าง โดยยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดอย่างใกล้ชิด ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,660 จุด

ขณะเดียวกันทางโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์ GDP ของสหรัฐในปี 2564 ลงสู่ระดับ 5.6% จาก 5.7% และปรับลด GDP ในปี 2565 ลงสู่ระดับ 4% จาก 4.4% เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวช้ากว่าคาด และคาดว่ามาตรการสนับสนุนด้านการคลังของสหรัฐจะชะลอตัวลงจนถึงสิ้นปี 2565 และการที่สหรัฐได้มีการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนก.ย. โดยเพิ่มขึ้นเพียง 194,000 ตำแหน่ง ซึ่งต่ำกว่าคาดที่ 500,000 ตำแหน่ง แต่นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มปรับลด QE ภายในปีนี้

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศโดยยังคงมีคลัสเตอร์ใหม่เพิ่มขึ้นในต่างจังหวัด ขณะที่นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ชี้ไทยเสี่ยงเผชิญ Stagflation ชั่วคราว โดยคาดว่าไตรมาส 1/2565 ราคาน้ำมันไปแตะที่ระดับ 100 ดอลล์ ประกอบกับสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำมาก เสี่ยงดินถล่ม น้ำล้นในช่วง 11-16 ต.ค.ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยามีคำเตือนพายุดีเปรสชั่นไลออนร็อกที่อ่อนกำลังลงจะทำให้ภาคอีสานมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และล่าสุดการแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีเรื่องการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศในเดือนพ.ย. โดยไม่มีการกักตัว รวมทั้งการผ่อนคลายสถานบันเทิงเปิดให้บริการตั้งแต่ 1 ธ.ค.



นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาปัจจัยต่างๆ อาทิ 14 ต.ค.นี้ การประชุมศบค.ชุดใหญ่ประเมินสถานการณ์โควิด-19 ลุ้นคลายล็อกระดับจังหวัด ส.อ.ท.แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตฯ, ธปท.เผยแพร่รายงานการประชุมกนง. และเผยแพร่รายงานนโยบายการเงิน ส.อ.ท. แถลงยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ กระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออก-นำเข้า และการรายงานตัวเลขผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนนำโดยกลุ่มธนาคารงวดไตรมาส 3/2564 ขณะที่สถานการณ์ต่างประเทศก็ยังคงน่าเป็นห่วง เช่น อียูรายงานความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนต.ค. สหรัฐรายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนส.ค. จีนรายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ย. ยอดขายรถเดือนก.ย. อียูรายงานการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. สหรัฐรายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ย. คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เปิดเผยรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 21-22 ก.ย. ประมาณเช้าวันที่ 14 ต.ค. จีนรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนก.ย. และสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

ADVERTISEMENT


ทั้งนี้แนะนำกลยุทธ์ลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของค่าการกลั่น ส่งผลเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น TOP, SPRC, ESSO และ PTTGC ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเลขผลการดำเนินงานเติบโตไปด้วย ส่วนหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการเตรียมเปิดประเทศในเดือนหน้า ได้แก่ MINT, ERW, CENTEL, AWC, SHR, ASAP, AOT, AAV และ BA

ส่วนทิศทางการลงทุนในทองคำ นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก ประเมินกรอบทองคำว่า ราคาทองคำโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่เปลี่ยนแปลง ราคาทองคำล่าสุดอยู่ที่ 1,756 $/Oz โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงหลังนักลงทุนหันกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 1.526% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำเนื่องจากตลาดกลับมากังวลเกี่ยวกับการปรับลด QE ของเฟดและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดถึง 1 ปี

โดยฝ่ายวิจัยประเมินกรอบทองคำในสัปดาห์นี้ที่ 1,740-1,790 $/Oz โดยแนะนำให้หาจังหวะ Short เมื่อทองคำปรับตัวขึ้นใกล้แนวต้าน เนื่องจากเฟดเตรียมปรับลดวงเงิน QE ลงภายในปลายปีนี้ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำในระยะกลาง โดยในปี 2013 ที่มีการปรับลดวงเงิน QE ราคาทองคำจะปรับตัวลงและแตะจุดต่ำสุด ณ เดือนที่เฟดมีการปรับลดวงเงิน QE